[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ค้นหาจาก google
เฟสบุ๊คโรงเรียน
ห้องเรียนแห่งคุณภาพ (DLIT Classroom)
ห้องเรียนออนไลน์



พยากรณ์อากาศ
 
เว็บอื่นที่น่าสนใจ

ข่าวเด่นประจำวัน
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 79 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน


  

   เว็บบอร์ด >> สอบถาม พูดคุยเกี่ยวกับการเรียนการสอน >>
ปวดท้องน้อยตรงกลาง ตั้งครรภ์  VIEW : 143    
โดย ดร. ภัทร

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 72
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 6
Exp : 85%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 49.229.232.xxx

 
เมื่อ : พฤหัสบดี ที่ 16 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2560 เวลา 14:50:00    ปักหมุดและแบ่งปัน

ปวดท้องน้อยตรงกลาง ตั้งครรภ์
ปวดท้องน้อย
ปวดท้องน้อย ปวดอุ้งเชิงกราน หรือปวดบริเวณกระดูกเชิงกราน (Pelvic pain) คือ อาการปวดที่เกิดจากการมีความผิดปกติหรือโรคของเนื้อเยื่อหรืออวัยวะต่าง ๆ ที่อยู่ภายในส่วนของท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกราน (Pelvic cavity) ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดขึ้นแบบเฉียบพลันหรือปวดแบบเรื้อรังนาน ๆ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ต่างกันไป โดยสาเหตุที่พบได้บ่อย ๆ ของอาการปวดท้องน้อย คือ ปวดประจำเดือน, กระเพาะปัสสาวะอักเสบ, ไส้ติ่งอักเสบ, ปีกมดลูกอักเสบ และการตั้งครรภ์นอกมดลูก
 
อาการนี้เป็นอาการที่พบได้มากในผู้หญิงและมากกว่าผู้ชายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ตั้งแต่อายุประมาณ 12 ปี (เริ่มมีประจำเดือน) ถึงอายุประมาณ 50 ปี (วัยหมดประจำเดือน) ทั้งนี้อาจเป็นเพราะโครงสร้างทางร่างกายที่เอื้อต่อการเกิดความผิดปกติที่ทำให้เกิดอาการปวด อีกทั้งยังมีอวัยวะและระบบการทำงานของร่างกายที่เอื้อต่อการเกิดอาการปวดท้องน้อยเรื้อรังได้มากกว่า ซึ่งในชีวิตของผู้หญิงทุกคนจะต้องมีอาการปวดท้องน้อยหรือปวดในอุ้งเชิงกรานมาบ้างแล้ว บางทีปวดน้อย บางทีปวดมาก บางทีปวดนาน ๆ ครั้ง หรือปวดแบบเรื้อรัง
 
อวัยวะภายในท้องน้อย ช่องท้องน้อย หรืออุ้งเชิงกราน (Pelvic cavity) จะประกอบไปด้วยระบบทางเดินปัสสาวะ (กระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ ไต และท่อไตส่วนล่าง), ลำไส้เล็กส่วนล่าง, ลำไส้ใหญ่ส่วนล่าง (ลำไส้ตรงทวารหนัก), ไส้ติ่ง, เนื้อเยื่อเกี่ยวพันต่าง ๆ (เช่น หลอดเลือด เส้นประสาท ระบบน้ำเหลือง กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อพังผืด) และส่วนที่แตกต่างกันไปตามเพศ คือ ในผู้หญิงจะมีมดลูก ปีกมดลูก รังไข่ ท่อรังไข่ และช่องคลอด ส่วนในผู้ชาย คือ ต่อมลูกหมาก ซึ่งการที่จะหาสาเหตุของอาการปวดท้องน้อยได้บางครั้งก็เป็นเรื่องยุ่งยากในการค้นหา และสาเหตุบางอย่างก็เป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะถ้าปวดจนรู้สึกว่ามีผลต่อการดำเนินชีวิตหรือมากจนสุดทนในบางคราว
 
สาเหตุของการปวดท้องน้อย
อาการปวดท้องน้อยเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ และแต่ละสาเหตุก็ทำให้มีอาการปวดได้แตกต่างกันไป เช่น ไส้ติ่งอักเสบ (กดเจ็บตรงท้องน้อยด้านขวา), ปีกมดลูกอักเสบ (กดเจ็บตรงท้องน้อยทั้ง 2 ข้าง หรือด้านซ้ายหรือด้านขวาเพียงข้างเดียว และมีไข้สูง), กรวยไตอักเสบเฉียบพลัน (มีไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะขุ่น และเคาะเจ็บที่สีข้าง), การอักเสบของลำไส้ใหญ่, การอักเสบของลำไส้เล็กส่วนที่อยู่ในท้องน้อย, กระเพาะปัสสาวะอักเสบ, กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อในท้องน้อยอักเสบ, การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน (พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย), นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ, นิ่วในท่อไตส่วนล่าง (ปวดตรงท้องน้อยหรือสีข้างและร้าวไปที่ช่องคลอดข้างเดียวกัน), ปวดประจำเดือน (ปวดเวลามีประจำเดือน), เลือดออกทางช่องคลอด, ปวดท้องคลอด (ปวดบิดเป็นพัก ๆ ครรภ์แก่และมีลักษณะแบบปวดท้องคลอด), รกลอกตัวก่อนกำหนด (อายุครรภ์มากกว่า 6 เดือน และมดลูกเกร็งแข็ง), ตั้งครรภ์นอกมดลูก (ประจำเดือนขาดไม่เกิน 3 เดือน และลุกนั่งจะเป็นลม), แท้งบุตร (ประจำเดือนขาด มีอาการตกเลือดทางช่องคลอด และมีเศษเนื้อหรือเศษรกออกมา), เนื้องอกรังไข่, ถุงน้ำรังไข่, เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญขึ้นผิดที่, เนื้องอกมดลูก (มีประจำเดือนออกมาก หรือกะปริดกะปรอย หรือมีบุตรยาก), โรคมะเร็งของอวัยวะเพศหญิง (เช่น มะเร็งรังไข่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก), ต่อมลูกหมากอักเสบ, มะเร็งต่อมลูกหมาก, ขัดเบา, ท้องเดิน, ตกขาว หรือแม้กระทั่งภาวะทางจิตใจหรือภาวะเครียด เป็นต้น
 
อาการปวดท้องน้อยสามารถแยกออกได้เป็น 2-3 กลุ่ม คือ
 
ปวดท้องน้อยเฉียบพลัน (Acute pelvic pain) ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องน้อยเกิดขึ้นแบบทันทีทันใด และมักมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย หรือมีอาการเป็นลมในบางราย สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการขาดเลือดไปเลี้ยงที่อวัยวะในช่องท้องที่เป็นสาเหตุหรืออาจเกิดจากอวัยวะที่เป็นสาเหตุได้รับความเสียหาย และมักเกิดจากสาเหตุเพียงอย่างเดียว ที่พบได้บ่อย ๆ เช่น
การอักเสบต่าง ๆ ได้แก่ มดลูกอักเสบ ปีกมดลูกอักเสบ ลำไส้อักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
เนื้องอกรังไข่ อาจมีลักษณะเป็นเนื้องอกตันหรือถุงน้ำ (Cyst) ผู้ป่วยจะมีอาการปวดแบบตื้อ ๆ ถ่วง ๆ ท้องน้อย แบบเกิดขึ้นทันทีทันใด ถ้าถุงน้ำมีการรั่วจะทำให้น้ำหรือเลือดออกมาในช่องท้องหรือมีการบิดตัวที่ขั้วถุงน้ำ
การตั้งครรภ์นอกมดลูก คือ การตั้งครรภ์ที่ตัวอ่อนไปเกาะเจริญอยู่นอกตัวมดลูก ซึ่งมักเกิดขึ้นที่ท่อนำไข่ (หลังจากปฏิสนธิตัวอ่อน) เมื่อเจริญมากขึ้นก็ดันท่อนำไข่โป่งและแตก จะทำให้มีเลือดไหลออกมาในช่องท้อง ทำให้ปวดและมีอาการเสียเลือด ผู้ป่วยอาจมีอาการช็อกและเสียชีวิตได้
ถุงน้ำรังไข่แตก รั่ว หรือบิดขั้ว
ภาวะไข่ตกในช่วงกลางรอบเดือน
ปวดท้องน้อยตรงกลาง ตั้งครรภ์
HonestDocs
Emergency Pill
 [url]https://www.honestdocs.co/emergency-pill[/url]
 [url]https://www.honestdocs.co/pregnancy-morning-sickness[/url]
 [url]http://www.honestdocs.co/sitemap[/url]