[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ค้นหาจาก google
เฟสบุ๊คโรงเรียน
ห้องเรียนแห่งคุณภาพ (DLIT Classroom)
ห้องเรียนออนไลน์



SPM23
พยากรณ์อากาศ
 
เว็บอื่นที่น่าสนใจ

ข่าวเด่นประจำวัน
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 79 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน

  

งานวิจัยการศึกษา
    เรื่อง : คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ระบบมัลติมีเดีย เรื่องการผลิตสื่อวีดีทัศน์

เจ้าของผลงาน : นายทวี พรทวีกานต์
พฤหัสบดี ที่ 6 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2555
เข้าชม : 3682    จำนวนการดาวน์โหลด : 0 ครั้ง
4 stars เฉลี่ย : 4 จาก 8 ครั้ง.

บทคัดย่อ :
 
บทที่ 1
 
บทนำ
 
 
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
 
             พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พุทธศักราช  2542  ได้กำหนดความมุ่งหมาย  และหลักการจัดการศึกษา  ต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย  จิตใจ สติปัญญา ความรู้  และคุณธรรม  กระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 
การจัดการศึกษาให้ยึดหลักเป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน  มีการจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษา ที่มีความเป็นเอกภาพด้านนโยบาย  และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ (มาตรา 6-9)  (พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ. 2542 : 3-4) ในแนวทางการจัดการศึกษา  ต้องยึดถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด  กระบวนการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาตามธรรมชาติ  และเต็มตามศักยภาพ เน้นความรู้ คู่คุณธรรม  ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเนื้อหาสาระ  และกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน  โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล  รัฐบาลต้องส่งเสริมจัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต  มีการประเมินผลการเรียนรู้ โดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน  กำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  บทบาทของผู้มี
ส่วนเกี่ยวข้องและการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน  (มาตรา 22-30) 
(พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ.  2542 : 7 – 9)  การพัฒนากระบวนการเรียนรู้มีความสำคัญต่อการพัฒนาผู้เรียนเป็นอย่างยิ่ง  ซึ่งในการพัฒนาดังกล่าว ครูผู้สอนต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่จากเดิม  ที่ยึดครูเป็นศูนย์กลาง  เป็นผู้บอกความรู้  มาเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  โดยให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยตนเองจากการคิด  วิเคราะห์  วางแผนการเรียนร่วมกับบุคคลอื่นๆ  และเน้นการเรียนรู้ในสิ่งที่เป็นความต้องการของเด็กเอง  ซึ่งในเรื่องนี้ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เห็นความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง  หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช 2544  
ยึดหลักการความมีเอกภาพด้านนโยบาย  และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ  กล่าวคือ  
เป็นหลักสูตรแกนกลางที่มีโครงสร้างหลักสูตรยืดหยุ่น กำหนดจุดหมาย  ซึ่งถือเป็นมาตรฐานการเรียนรู้ในภาพรวม 12 ปี แต่ในส่วนของการจัดกระบวนการเรียนรู้ จัดให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาในชุมชน  สังคม  ภูมิปัญญาท้องถิ่น  คุณลักษณะอันพึงประสงค์  เป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว  ชุมชน  สังคมและประเทศชาติ  รวมถึงจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ  
ความถนัด  และความสนใจ ของผู้เรียนแต่ละกลุ่มเป้าหมายด้วย  (วิชาการ, กรม.  2545 : 3)
จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ. 2542 (2542: 13-15) หมวด 4 แนวทางจัดการศึกษา  มาตรา 22 กล่าวว่า  การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด  กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ในมาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้
             1.  จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
             2. ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา
             3. จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้
คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
             4.  จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานความรู้ด้านต่างๆอย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและลักษณะที่พึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา
             5.  ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียนและอำนวยความสะดวก เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกัน จากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่างๆ
             6.  จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับบิดามารดา ผู้ปกครองและบุคคลในชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ
             หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดให้มีสาระการเรียนรู้ 8 สาระและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  ซึ่งกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นกิจกรมที่จัดให้ผู้เรียนได้พัฒนาตามความสามารถของตนเองตามศักยภาพ มุ่งเน้นเพิ่มเติมจากกิจกรรมที่ได้จัดให้เรียนรู้ตามกลุ่มสาระทั้ง 8 กลุ่ม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  ผู้เรียนเข้าร่วมและปฏิบัติกิจกรรมที่เหมาะสมร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข เป็นกิจกรรมที่เลือกเองตามความสนใจอย่างแท้จริง การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูควรให้ผู้เรียนได้ทำกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ  อันเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยตนเอง  ไม่ใช่ฟังแต่เพียงบรรยาย หรืออ่านหนังสือจบเล่มเท่านั้น  การจัดการศึกษาจึงเป็นกลไกที่สำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาบุคคลให้มีศักยภาพทั้งในด้านร่างกาย  จิตใจ  อารมณ์  สังคม  และสติปัญญา  จากสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคมอันสืบเนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  นักการศึกษาหลายท่านจึงพยายามปรับปรุงวิธีการสอนต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  โดยการนำเทคโนโลยีในรูปแบบต่างๆ  เข้ามาช่วยในการจัดกิจกรรม
การเรียนการสอน  อาทิ  เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ  โทรทัศน์  วิทยุเทป  ตลอดจนคอมพิวเตอร์  ในปัจจุบันได้นำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในกระบวนการเรียนการสอนมากขึ้นโดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ช่วยสอน CAI (Computer Assisted Instruction) โดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อในการเสนอเรื่องราว  การทบทวนบทเรียน  การทำแบบฝึกหัด  และการวัดผลการเรียนรู้  มีการโต้ตอบระหว่างผู้เรียนกับคอมพิวเตอร์  ซึ่งเป็นการเรียนแบบมีปฏิสัมพันธ์กัน  โดยสามารถแสดงผลให้ผู้เรียนดูได้  ทำให้ผู้เรียนรู้สึกตื่นเต้น  เร้าใจ  อยากรู้  มีส่วนร่วมที่ทำให้เกิด
การเรียนรู้อย่างสนุกสนาน ให้ผู้เรียนเรียนได้ครั้งละนานๆ  เป็นการสร้างนิสัยให้รู้จักรับผิดชอบและเต็มใจที่จะเรียน  ไม่เป็นการบังคับให้เรียน  นอกจากนี้คอมพิวเตอร์ยังสามารถที่จะจำบทเรียน  และนำเสนอบทเรียนในลักษณะที่มีเสียง  และการเคลื่อนไหว  เพื่อเร้าใจให้ผู้เรียนสนใจในวิชานั้น และได้เรียนอย่างสนุกสนาน เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้ตามความสามารถของตน  ผู้เรียนที่เรียนเก่งหรือเรียนไม่เก่งก็สามารถใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการเรียนได้โดยการฝึกฝน  เสริมหลักสูตร  เล่นเกม  ท่องจำ  และทดสอบ  การนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในทางการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเรียนการสอน เป็นการพัฒนาการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ  เพิ่มขีดความสามารถในการสอนของครู  อาจารย์  และในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น (ถนอมพร    เลาหจรัสแสง, 2541:3-4)  ดังนั้นการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน CAI  (Computer  Assisted  Instruction)  จึงเป็นกระบวนการเรียนการสอนอย่างหนึ่งที่มุ่งตอบสนองการเรียนการสอนในยุคโลกาภิวัฒน์ (Globalization)  อีกทั้งยังเป็นสื่อการเรียนการสอนที่ดีมากอีกชนิดหนึ่งในปัจจุบัน ผู้ขอรับการประเมินได้มองเห็นความสำคัญดังกล่าว  จึงได้จัดทำสื่อการเรียนการสอนประเภท  สื่อการเรียนรู้คอมพิวเตอร์
ช่วยสอน  CAI (Computer  Assisted  Instruction)  เรื่อง การผลิตสื่อวีดีทัศน์  ประกอบการเรียน   การสอน  สำหรับกลุ่มผู้เรียนที่มีความสนใจในการผลิตสื่อวีดีทัศน์ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน   มาตรฐานที่  3   ผู้เรียนมีทักษะในการทำงาน  รักการทำงาน  สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต 
3.1 มีทักษะในการจัดการและทำงานให้สำเร็จ  3.2 เพียรพยายาม ขยัน อดทน ละเอียดรอบคอบในการทำงาน  3.3 ทำงานอย่างมีความสุข พัฒนางานและภูมิใจในผลงานของตนเอง 3.4 ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ 3.5 มีความรู้สึกที่ดีต่ออาชีพสุจริตและหาความรู้เกี่ยวกับอาชีพที่ตนสนใจ 
ในการพัฒนาสื่อนวัตกรรมมัลติมีเดีย (Multimedia) เพื่อประกอบกิจกรรมการเรียนการสอนให้กับกลุ่มผู้เรียนและกลุ่มผู้สนใจนั้น ได้จัดทำสื่อที่เน้นการนำเสนอด้วยภาพเคลื่อนไหว  ประกอบแสง สี เสียง เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง  มีเทคนิคการดึงดูดความสนใจจากภาพและบทบรรยายทางจอคอมพิวเตอร์หรือจอโทรทัศน์  ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลาที่มีความสนใจ
                      จากสภาพปัญหา  ความต้องการของโรงเรียนอากาศอำนวยศึกษา อำเภออากาศอำนวย  จังหวัดสกลนคร  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนคร เขต 3  เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่  ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ ห่างจากจังหวัดสกลนคร  54  กิโลเมตร  ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา  ด้านการศึกษา  การจัดการศึกษาเป็นไปตามอัตภาพ   เนื่องจากขาดแคลนแหล่งเรียนรู้  สถานประกอบการ  สำหรับให้ผู้เรียนได้ค้นคว้าศึกษาหาความรู้  และขาดแคลนงบประมาณมาสนับสนุนในด้านการศึกษา  ทำให้  การจัดการเรียนการสอนไม่ก้าวหน้า  ไม่ทันสมัย ไม่ทันเทคโนโลยี  ผู้เรียนขาดความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ  สำหรับนำมาประกอบการเรียนรู้ 
                      จากปัญหาและอุปสรรคดังกล่าวทำให้มีผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอน  ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่โรงเรียนจะต้องหางบประมาณมาพัฒนาในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารการจัดการ  ด้านการจัดการเรียนการสอน  ด้านการพัฒนานวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ   ให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถที่จะนำพาตนเองให้ประสบความสำเร็จทั้งด้านการศึกษาต่อ  และการประกอบอาชีพ ประการสำคัญเพื่อสนองนโยบายการปฏิรูปการศึกษา  ที่ให้สถานศึกษาจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Child  center)    ดังนั้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่โรงเรียนจะต้องจัดหาแหล่งเรียนรู้  สถานประกอบการ  และสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย  ให้กับผู้เรียนเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง  อีกประการหนึ่ง โรงเรียนอากาศอำนวยศึกษา  ได้ผ่านการรับรองให้เป็นโรงเรียนต้นแบบโรงเรียนในฝัน  ในเรื่อง
การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ระบบ ICT   ผู้เรียนและผู้สอนจำเป็นต้องเรียนรู้และใช้คอมพิวเตอร์ในระดับพื้นฐานเป็น  ดังนั้นระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจึงเป็นส่วนสำคัญและจำเป็นสำหรับการนำมาใช้จัดการเรียนการสอน  ที่ผู้บริหารจะต้องให้ความสนใจและวางแผนในการจัดซื้อจัดหาเพื่อให้เกิดความเพียงพอต่อความต้องการของผู้เรียน  ผู้บริหารจะต้องปรับปรุงและพัฒนาให้ทันสมัยและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ  ในการจัดซื้อจัดหาสื่อและผลิตสื่อขึ้นใช้เองสำหรับใช้ในการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองของผู้เรียนนั้น  จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง   ดังนั้น เมื่อโรงเรียนอากาศอำนวยศึกษาประสบปัญหาการขาดแคลนงบประมาณในการจัดซื้อจัดหา  ผู้บริหารและครูจึงจำเป็นจะต้องร่วมกันวางแผนเพื่อผลิตสื่อนวัตกรรมสำหรับจัดการศึกษา  คิดค้นหาวิธีพัฒนานวัตกรรมเพื่อใช้แก้ปัญหาดังที่กล่าวไว้แล้วในเบื้องต้น
 
ความมุ่งหมายของการศึกษา


                      1.  เพื่อพัฒนาสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนระบบมัลติมีเดีย เรื่อง การผลิตสื่อ
วีดีทัศน์ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80
                      2.  เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนระบบมัลติมีเดีย CAI (Computer Assisted Instruction)
 
สมมติฐานการศึกษา
 
                      ในการศึกษาครั้งนี้ ผู้รายงานได้กำหนดสมมติฐานการศึกษา  ไว้ดังนี้
                             1.  สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนระบบมัลติมีเดีย CAI เรื่อง การผลิต
สื่อวีดีทัศน์  สำหรับนักเรียนชุมนุมถ่ายภาพและตัดต่อวีดีโอ โรงเรียนอากาศอำนวยศึกษา  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนคร  เขต  3   ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์  80/80
                             2.  นักเรียนชุมนุมถ่ายภาพและตัดต่อวีดีโอ โรงเรียนอากาศอำนวยศึกษา  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนคร  เขต  3  มีความพึงพอใจต่อการเรียนเรียนรู้ด้วย
สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนระบบมัลติมีเดีย CAI เรื่อง การผลิตสื่อวีดีทัศน์อยู่ในระดับมาก



 
ความสำคัญของการศึกษา



                      การศึกษาครั้งนี้  ผู้รายงานได้ให้ความสำคัญของการศึกษา  ไว้ดังนี้
                             1.  ได้สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนระบบมัลติมีเดีย เรื่อง การผลิตสื่อ         วีดีทัศน์ ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาใช้ประกอบการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะและความสามารถในการถ่ายภาพและตัดต่อวีดีโอ  ของนักเรียนชุมนุมถ่ายภาพและตัดต่อวีดีโอ กลุ่มงานกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
                             2.  ได้สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนระบบมัลติมีเดีย CAI ที่เป็นต้นแบบ
เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนรู้เนื้อหาอื่น ๆ 
                           3.  เป็นการส่งเสริมนวัตกรรมทางการศึกษา  ที่มุ่งพัฒนาทักษะและความสามารถของผู้เรียน

ขอบเขตของการศึกษา
 
                      1.  ขอบเขตเนื้อหา
                      การศึกษาครั้งนี้  ผู้รายงานมุ่งพัฒนาผู้เรียนในชุมนุมถ่ายภาพและตัดต่อวีดีโอ
กลุ่มงานกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โรงเรียนอากาศอำนวยศึกษา ให้มีทักษะและความสามารถใน
ด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้
                            1.  การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการตัดต่อวีดีโอ       
                   2.  การใช้กล้องวีดีโอ
                            3.  การใช้งานโปรแกรม Ulead Video Studio 11       
                            4.  การเขียนแผ่น Video CD โดยโปรแกรม Nero       
                      2.  ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้  ผู้รายงานได้กำหนดไว้ดังนี้                      2.1  ประชากร                    
                             ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้  ได้แก่  นักเรียนกลุ่มที่สนใจการถ่ายภาพและตัดต่อวีดีโอ  จำนวน 30 คน โดยใช้ในภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา 2550 โรงเรียนอากาศอำนวยศึกษา  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนคร  เขต  3
                             2.2  กลุ่มตัวอย่าง
                             กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนกลุ่มสนใจไม่จำกัดช่วงชั้นภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา  2550  โรงเรียนอากาศอำนวยศึกษา  อำเภออากาศอำนวย  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนคร  เขต  3   จำนวน 30  คน  ซึ่งได้มาโดยการรับสมัครตามความสมัครใจ 
                      3.  ตัวแปรที่ศึกษา 
                             3.1  ตัวแปรต้น  ได้แก่  การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนระบบมัลติมีเดีย CAI เรื่อง การผลิตสื่อวีดีทัศน์              3.2  ตัวแปรตาม  ได้แก่ 
                                   3.2.1  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน
                                   3.2.2  ความพึงพอใจต่อการเรียนของผู้เรียนที่ใช้สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนระบบมัลติมีเดีย CAI เรื่อง การผลิตสื่อวีดีทัศน์
                      4.  ระยะเวลาในการทดลอง
                             ระยะเวลาในการศึกษา คือ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 โดยสอนจำนวน  15  ชั่วโมง
 
กรอบแนวคิดในการศึกษา
 
                      การศึกษาครั้งนี้  ผู้ศึกษาใช้กรอบแนวคิดในการศึกษาจากการวิเคราะห์คำอธิบายรายวิชาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  2544  ซึ่งมีเนื้อหาการวิเคราะห์
ดังภาพประกอบ  1

                                 การศึกษาครั้งนี้  ผู้รายงานทำการศึกษาการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนระบบมัลติมีเดีย  CAI   เรื่อง การผลิตสื่อวีดีทัศน์ กับกลุ่มผู้สนใจ คือชุมนุมถ่ายภาพและตัดต่อวีดีโอ โรงเรียนอากาศอำนวยศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนครเขต 3 โดยไม่จำกัด
ระดับชั้นในปีการศึกษา 2550 จำนวน 30 คนโดยมีขอบเขตดังนี้
                             1.  เพื่อทดสอบแบบฝึกหัดระหว่างเรียน- หลังเรียน
                             2.  เพื่อสังเกตพฤติกรรมการพัฒนาทักษะการถ่ายภาพและตัดต่อวีดีโอรายบุคคล
                             3.  เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานกลุ่ม
                             4.  เพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนระบบมัลติมีเดีย CAI (Computer Assisted Instruction)
 
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
 
        1.  เป็นการสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนโดยใช้เทคนิคการนำเสนอด้วยกราฟิก ภาพเคลื่อนไหว แสง สี และเสียง
                        2.  เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจและเรียนรู้บทเรียนได้ง่ายขึ้น
                        3.  เพื่อให้ผู้เรียนสามารถควบคุมบทเรียนได้ด้วยตนเอง
                        4.  สร้างความตระหนักในความรับผิดชอบตนเองได้
                        5.  เป็นแนวทางในการจัดทำและผลิตสื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนการสอนของครู
ที่มีความสนใจ
 
นิยามศัพท์เฉพาะ
 
                      สื่อ หมายถึง  เครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารเป็นตัวกลางนำสารจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสาร ซึ่งอาจเป็นคำพูด  คำสั่งด้วยวาจา  ระเบียบข้อบังคับ วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ภาพสัญลักษณ์ การแสดงท่าทางต่างๆ
             สื่อวีดีทัศน์  หมายถึง สื่อที่พัฒนาขึ้นมาในรูปแบบ VCD เพื่อนำเสนอข้อมูลต่างๆให้ออกมาเป็นเรื่องราว เมื่อชมแล้วเกิดความรู้ความเข้าใจ เช่น สารคดี ภาพยนตร์ ข่าว เป็นต้น
                      การผลิตสื่อ หมายถึง การนำเอาข้อมูลที่รวบรวมไว้ทั้ง เสียง  ภาพนิ่ง  ภาพเคลื่อนไหว  บทบรรยาย  มาเรียบเรียงลำดับการนำเสนอผ่านกระบวนการตัดต่อและกลั่นกรอง ให้ได้เรื่องราวที่สื่อสารตรงกันระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค
                      กลุ่มผู้สนใจ  หมายถึง กลุ่มนักเรียนหรือครูที่มีความสนใจในการผลิตสื่อวีดีทัศน์
                      การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  หมายถึง การจัดกระบวนการเรียนรู้ ที่สอดคล้องกับการดำรงชีวิต เหมาะสมกับความสามารถ ความสนใจ
ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม  และลงมือปฏิบัติจริงทุกขั้นตอน จนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองสามารถสรุปเป็นความรู้ใหม่  และเกิดความภาคภูมิใจต่อผลสำเร็จของตน โดยมีครูเป็นผู้อำนวยความสะดวก จัดสถานการณ์แหล่งความรู้ และสื่อที่เหมาะสมเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน
                      นักเรียน  หมายถึง  ผู้เรียนที่เข้ากลุ่มสนใจตั้งชุมนุมผู้ผลิตสื่อวีดีทัศน์ที่มีชื่อกลุ่มว่าชุมนุมถ่ายภาพและตัดต่อวีดีโอ  ปีการศึกษา 2550  โดยใช้รูปแบบการจัดกระบวนการเรียน
การสอนที่ใช้สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน CAI (Computer Assisted Instruction)
             โรงเรียน  หมายถึง โรงเรียนอากาศอำนวยศึกษา  อำเภออากาศอำนวย  จังหวัดสกลนคร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนคร  เขต 3
                      สื่อการเรียนรู้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน CAI (Computer Assisted Instruction)  หมายถึง  สื่อการเรียนการสอนทางคอมพิวเตอร์รูปแบบหนึ่งในการนำเสนอสื่อประสม ได้แก่ ข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว กราฟิก กราฟ แผนภูมิ วีดีทัศน์  และเสียง  
                      แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  (Test)  หมายถึง เครื่องมือที่ใช้วัดตัวแปรด้านความรู้  ด้านบุคลิกภาพ  และความพร้อมของนักเรียนในด้านต่างๆ
                      แบบสอบถาม  (Questionnaire)  หมายถึง แบบคำถามที่ส่งให้ผู้ตอบหรือ
กลุ่มตัวอย่างตอบ  โดยการเขียนตอบ หรือเลือกตอบตามที่ผู้ประเมินกำหนดให้ตอบโดยที่ผู้ถามและผู้ตอบไม่เห็นหน้ากัน 
                  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  หมายถึง  ผลต่างของคะแนนจากแบบทดสอบหลังเรียนกับแบบทดสอบก่อนเรียน
                      ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80  หมายถึง  ผลการเรียนรู้ของนักเรียนจากการเรียนโดยใช้สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนระบบมัลติมีเดีย CAI เรื่อง การผลิตสื่อวีดีทัศน์  ทำให้มีประสิทธิภาพไม่ต่ำกว่าเกณฑ์  80/80
                 80  ตัวแรก  หมายถึง  ค่าเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละของคะแนนที่นักเรียนได้จาก
การทำแบบทดสอบก่อนเรียน
                             80  ตัวหลัง  หมายถึง  ค่าเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละของคะแนนที่นักเรียนได้จาก
การทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน
                      ความพึงพอใจของผู้เรียนในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนระบบมัลติมีเดีย CAI (Computer Assisted Instruction) หมายถึง  ความรู้สึกนึกคิดของผู้เรียน  ความรู้สึกชอบ  หรือความรู้สึกดี  ของผู้เรียนที่มีสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนระบบมัลติมีเดีย CAI ซึ่งวัดโดยใช้แบบวัดมาตราส่วนประมาณค่า
5 ระดับ


งานวิจัยการศึกษา 5 อันดับล่าสุด

      รายงานการพัฒนาชุดการสอน เรื่อง ของแข็ง ของเหลว แก๊ส 1/พ.ย./2559
      คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ระบบมัลติมีเดีย เรื่องการผลิตสื่อวีดีทัศน์ 6/ธ.ค./2555