[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ค้นหาจาก google
เฟสบุ๊คโรงเรียน
ห้องเรียนแห่งคุณภาพ (DLIT Classroom)
ห้องเรียนออนไลน์



SPM23
พยากรณ์อากาศ
 
เว็บอื่นที่น่าสนใจ

ข่าวเด่นประจำวัน
AIPA2019
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 79 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน


  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
โรคคุดทะราด  VIEW : 111    
โดย ดร.สุ

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 2
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 40%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 124.122.41.xxx

 
เมื่อ : พฤหัสบดี ที่ 7 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 เวลา 11:49:01    ปักหมุดและแบ่งปัน

ภาษาอังกฤษ yaws เป็นโรคติดต่อเรื้อรัง
มีอาการเป็นแผลตามผิวหนัง พบได้ทั่วร่างกาย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี พบได้ในชุมชนผู้ยากไร้ของประเทศเขตร้อน ในประเทศไทยเคยพบมากหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พบมากในภาคใต้และภาคอีสาน แต่ปัจจุบันประเทศส่วนใหญ่สามารถควบคุมโรคนี้ได้แล้ว

หมอชาวตะวันตกกำลังรักษาโรคคุดทะราดให้แก่ผู้หญิงชาวอินโดนีเซีย ,ภาพจาก wikipedia

สาเหตุของโรคคุดทะราด : คือเชื้อแบคทีเรียรูปร่างเกรียว ชื่อทรีโพนีมา เพอร์นู (Treponema pertenue) สามารถแพร่กระจายได้ง่ายด้วยการสัมผัส และผ่านเข้าร่างกายทางแผล ผิวหนัง

อาการของโรคคุดทะราด : อาการของโรคหลังจากติดเชื้อไป 3-6 สัปดาห์ สามารถแบ่งระยะของโรคได้เป็น 3ระยะ

ระยะที่ 1 จะตรวจพบตุ่มนูนลักษณะคล้ายหูดที่ผิวหนัง คนไทยเรียกว่าตุ่มแม่ (mother yaw)

ระยะที่ 2 เรียกว่าระยะกระจายตัวของโรค โดยจะพบตุ่มนูนแดงอาจจะดูคล้ายดอกกะหล่ำ อาจจะพบต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้แผลบวมโต ซึ่งผู้ป่วยอาจจะมีไข้ตัวร้อน แผลหรือตุ่มนูนจะลุกลามไปที่ฝ่ามือฝ่าเท้า จนผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดได้

ระยะที่ 3 เป็นระยะที่แผลจะกินลึกลงไปที่เนื้อเยื้อชั้นล่าง รวมถึงกระดูกจนอานเป็นเหตุให้กระดูกกุดสั้น จนบางคนคิดว่าเป็นโรคเรื้อน แต่มีอาการที่แตกต่างจากโรคเรื่อนที่ไม่มีอาการทางประสาทส่วนกลาง ตา หลอดเลือด และไม่ทำให้เสียชีวิต

การติดต่อของโรค : ติดต่อด้วยการสัมผัสโรค เลือด สารคัดหลั่งจากแผล ฯลฯ

คุดทะราดเป็นโรคติดต่อที่ต้องแจ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อป้องกันตามพรบ.โรคติดต่อ 2523

การรักษา : หากเป็นระยะแรกโอกาสหายเองจะสูงกว่า
druggood.com
แต่หากลุกลามก็สามารถรักษาได้ด้วยยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เช่น เบนซาทีนเพนิซิลลิน 1.2 ล้านหน่วย
กรณีผู้ป่วยไม่สามารถใช้ยาเพนิซิลลินได้อาจจะใช้ tetracycline, erythromycinชนิดเม็ดกิน หรือ Doxycyclineนอกจากนั้นยังมีรายงานการศึกษาว่ายา azithromycin กินครั้งเดียวก็มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับ penicillin ชนิดฉีด โดยการรักษาโรคระยะที่1,2 หายขาดได้ แต่การเปลี่ยนรูปของกระดูกไม่สามารุถกลับมาเหมือนเดิมได้

การป้องกัน : ถึงแม้โรคนี้ไม่พบในประเทศไทยเป็นระยะเวลานานแล้วแต่ก็ควรป้องกันไว้ก่อนโดยปฎิบัตเช่นเดียวกับการป้องกันโรคติดเชื้ออื่นๆอาทิ
-หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง
-รักษาความสะอาดของผู้ดูแล และผู้ป่วยรวมถึงของใช้ส่วนตัวอย่าง เคร่งครัด
-ทำร่างกายให้แข้มแข็ง ออกกำลังกายผักผ่อนให้เพียงพอ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
wikipedia
กรมควบคุมและป้องกันโรค